ไปออกทีวี เอ๊ย !! ไม่ใช่ ไปถ่ายทำรายการทีวีเป็นคลิปขนาดสั้น ๆ มาค่ะ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ โปสเตอร์หนังในหาดใหญ่ เพื่อนสามารถเข้าไปดูรายการ พร้อมเจอตัวจริง ๆ เป็น ๆ (แขน) ล่ำ ๆ ของ lost in space ได้ตามลิงค์ข้างล่างนี้เลยค่ะ ในชื่อเรื่อง วิถีชีวิตศิลปินโปสเตอร์ (ชื่อที่เจ้าของเว็บตั้งให้ เก๋ไก๋จริง ๆ ค่ะ  รวมทั้งตัดต่อและลงเพลงประกอบให้ครบครันทันสมัย ขอบคุณเหลือหลายจากใจจริง ๆ ค่ะ)

http://www.sukiflix.com/2007/08/06/posterartist

อยากได้ความคิดเห็น คำแนะนำจากเพื่อน ๆ สำหรับการทำรายการเล็ก ๆ ครั้งนี้มากเลยค่ะ เพราะรู้ตัวดีว่ายังทำไม่ได้ดีเท่าที่ควร มือสมัครเล่นทั้งการถ่ายทำและบทบาทการเป็นพิธีกรครั้งแรกของตัวเอง (เขินสุดชีวิต ที่เห็นหน้านิ่ง ๆ ขรึม ๆ เพราะเก็บอาการสุดฤทธิ์) ยังไงรบกวนเพื่อน ๆ ช่วยเขียนแสดงความคิดเห็นไว้ในหน้าเว็บที่ลิงค์ไว้ให้ด้วยนะคะ เพื่อเป็นประโยชน์ในการนำไปปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น ขอบพระคุณล่วงหน้ามา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ  ^_^

----------------------------------------------------------

วิถีชีวิตศิลปินโปสเตอร์

          ความที่เป็นคนชอบดูหนัง อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับหนังจึงไม่พ้นสายตาความอยากรู้อยากเห็นของเรา ที่จะต้องติดตามถามไถ่ให้รู้ถึงที่มาที่ไป ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่ติดตั้งไว้กลางแจ้งหรือ Cutout เพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์โปรแกรมหนังที่กำลังลงโรงฉายหรือจะลงโรงในโปรแกรมหน้า เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราอยากรู้ว่ากว่าจะออกมาอย่างที่เห็นและเป็นอยู่นั้นต้องผ่านขั้นตอนหรือกระบวนการอย่างไรบ้าง


          บางคนอาจจะบอกว่า กับแค่ป้ายโฆษณาหนัง ก็ไม่เห็นจะทำยากเย็นแสนเข็ญอะไรเลย สมัยนี้แค่พริ้นท์ภาพจากคอมพิวเตอร์ลงในไวนีลโดยใช้เครื่องพริ้นท์ระบบอิงค์เจ็ทขนาดใหญ่ไม่ถึงครึ่งวันก็เรียบร้อยพร้อมเอาไปติดตั้งกลางแจ้งได้แล้ว

          แต่โรงหนังที่หาดใหญ่ หรืออาจจะเรียกได้ว่าในเขต  14 จังหวัดภาคใต้ (เจ้าของสายหนังและโรงหนังในเขตภาคใต้มีเพียงรายเดียวคือ โคลีเซี่ยมฟิล์ม บริหารโดยคุณคมน์ อรรคเดช ถ้าใครคุ้นตากับหนังบู๊แอ็คชั่นแบบไทย ๆ เมื่อราว 20 ปีก่อนจะคุ้นชื่อนี้ดี เพราะเขาเป็นผู้กำกับหนังแนวนี้หลายเรื่อง หนังเรื่องแรกของ มาช่า วัฒนพานิช ก็แจ้งเกิดจากหนังของคุณคมน์คนนี้นี่เอง)
มีความน่าสนใจ น่าทึ่ง (สำหรับเรา) แตกต่างจากโรงหนังที่อื่นตรงที่ไม่ใช้การพิมพ์ด้วยระบบดิจิตอลอย่างที่นิยมกันในสมัยนี้

         
ตัวป้ายโฆษณานั้นยังคงใช้ฝีมือคนล้วน ๆ วาดภาพลงแผ่นไม้กระดานขนาดใหญ่ จากภาพขนาดโปสเตอร์ที่ได้มาจากค่ายหนัง นำมาตีสเกลแบ่งสัดส่วน แล้วขยายสเกลนั้นลงบนแผ่นไม้กระดานขนาดใหญ่ที่จะถูกนำไปติดตั้งตามสี่แยกต่าง ๆ หรือติดตั้งบนรถแห่วิ่งไปทั่วเมืองอีกที
         

          วันแรกที่เราไปขอสัมภาษณ์ถึงวิธีการทำงานเพื่อสร้างป้ายโฆษณาหนังนั้น เราไปที่สำนักงานของบริษัทโคลีเซี่ยมฟิล์ม เจอเจ้าหน้าที่คนหนึ่งมองหน้าเราด้วยสีหน้าไม่ไว้วางใจ แต่พอเราอธิบายว่าจะมาขอสัมภาษณ์ ขอถ่ายทำเพื่อออกรายการทีวีทางอินเตอร์เน็ต สีหน้าค่าตาพี่เขาก็ดีขึ้น ยิ้มแย้มแจ่มใสขึ้น และให้ข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งที่เราจะไปถ่ายทำอย่างเต็มที่ ก่อนเราจะจากไป พี่เขามาสารภาพภายหลังว่า ที่มีทีท่าไม่ไว้ใจแบบนั้นในตอนแรก ก็เพราะนึกว่าเราเป็นเจ้าหนี้จากที่ไหนตามทวงหนี้เสียอีก (แป่วว... กลายเป็นงั้นไปซะเรา)

          เราไปถ่ายทำการทำงานของนายช่างฝีมือ (ภาษาปักษ์ใต้เรียก นายหัว
) ในสถานที่มีลักษณะคล้ายโกดังเก็บ ตั้งอยู่ในซอยเล็ก ๆ ของตัวเมืองหาดใหญ่ โชคดีที่ได้เจอผู้จัดการในการจัดทำป้ายโปสเตอร์โฆษณาหนังทั้งหมดในเขตภาคใต้ ซึ่งได้ให้ข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับขั้นตอนการทำป้ายโฆษณาหนังกับเราด้วยความยินดี

          พี่ ๆ ช่างฝีมือนักวาดภาพ วาดเส้นสายลวดลายเพื่อให้ได้ภาพของดาราที่แสดงเป็นตัวเอกในเรื่องมีความละม้ายคล้ายของจริงมากที่สุด ล้วนแต่ทำงานนี้มานานร่วม 20
ปี ไม่ได้จบวิชาช่างศิลป์จากสถาบันการศึกษาจากที่ใด วิชาความรู้ที่ได้มาล้วนผ่านการถ่ายทอดมาจากคนรุ่นก่อน ๆ ที่สอนงานให้ทั้งสิ้น

          เมื่อถามว่าเคยไปทำอาชีพอื่นหรือไม่ (เพราะในใจเราสงสัยว่าอันที่จริงก็มีงานช่างฝีมืออาชีพอื่น ๆ อีกมากมายที่มีโอกาสทำรายได้มากกว่านี้) พี่ที่เราไปสัมภาษณ์ล้วนแต่บอกว่าไม่เคยคิดเลย (แต่เราเดาเอาว่า อาจมีบ้างที่บางคนเคยเปลี่ยนไปทำอาชีพอื่น แต่ในที่สุดก็กลับมาทำอาชีพนี้อีก) ทำงานนี้มาตลอด 20 ปี ตั้งแต่อยู่ในช่วงวัยรุ่น 18 -19
ปี เหตุผลเพราะไม่รู้จะไปทำอาชีพอะไร มีความสุขสบายใจ เพลิดเพลินใจเวลาที่ได้ทำงานนี้

         

          พี่ช่างวาดภาพยังบอกอีกด้วยว่า พวกเขาแตกต่างตรงคนที่เรียนจบมาจากสถานศึกษา ตรงที่พวกพี่เขาได้แต่วาดเลียนแบบ แต่ไม่สามารถสร้างสรรค์งาน หรือคิดงานขึ้นมาเองได้ คนที่เรียนจบมา พวกเขาจะไม่มาวาดรูปเลียนแบบต้นฉบับลักษณะแบบนี้ แต่จะสร้างงานขึ้นมาขายเองตามแกเลอรี่ (อันนี้เป็นความรู้ใหม่สำหรับ กบ
อย่างเรา)

          พี่ ๆ เขาทำงานกันตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็นของทุกวัน ยกเว้นวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุด ป้ายโฆษณากลางแจ้ง หรือป้ายรถแห่ของหนังแต่ละเรื่องต้องใช้เวลาในการเตรียมงานก่อนนำไปติดตั้งประมาณ 3
สัปดาห์ นับว่ามีเวลาเตรียมตัวนานพอสมควร และถ้าได้เห็นการทำงานจะรู้สึกว่าพี่ ๆ เขาทำงานกันอย่างใจเย็น ไม่ร้อนรนรีบเร่ง ดูสบาย ๆ ในอารมณ์กันดี อาจจะเพราะเป็นงานที่ต้องใช้สมาธิและอารมณ์ในการสร้างสรรค์วาดภาพออกมา หรือนี่อาจเป็นเสน่ห์อีกแบบหนึ่งของงานนี้ก็ว่าได้

         
ถ้าจะให้บรรยายถึงความน่าสนใจของป้ายโปสเตอร์โฆษณาหนังในที่นี้ มากน้อยแค่ไหน ยังไง ก็คงไม่ครบถ้วนกระบวนความเท่าการได้ดูได้เห็นด้วยตาตัวเอง เอาเป็นว่ามาติดตามรับชมกันจากคลิปรายการที่นำเสนอในวันนี้คงจะดีกว่าเป็นแน่แท้

    

 

http://www.sukiflix.com/2007/08/06/posterartist



Lost In Space
7 ส.ค. 2550 เวลา 19:57 น.

น่าสนใจดีค่ะ
004828
7 ส.ค. 2550 เวลา 20:28 น.
ยังไม่ได้ดูนะคะ เครื่องที่ออฟฟิศนี่ไม่อำนวย

แต่อ่านแล้วคิดถึงอารมณ์การทำงานแบบนี้จัง สมัยก่อนนู้น.. ทำแบบนี้เลย
000667
8 ส.ค. 2550 เวลา 18:14 น.
^^
000092
11 ส.ค. 2550 เวลา 00:28 น.
ไม่ได้เข้ามาอ่านนานเลยค่ะ

เอ๋สบายดีหล่ะ

หวังว่าคงสบายดีเช่นกันนะ
000552
pka
13 ส.ค. 2550 เวลา 19:50 น.
ชุแว๊ปๆ ไปดูมาแล้น
000228
20 ส.ค. 2550 เวลา 11:06 น.
เด๋วกลับบ้าน แล้วใช้เนตที่บ้านไปแวะชม อีกทีนะครับ
002489
17 ก.ย. 2550 เวลา 14:16 น.
ที่บ้านก็โหลดช้าอ้ะ
เด๋วต้องตั้งใจโหลดก่อนเน้อ
002489
17 ก.ย. 2550 เวลา 23:31 น.
คิดว่า เราแก่กว่านะ อิ อิ อิ
002489
18 ก.ย. 2550 เวลา 23:13 น.
สวัสดีคับพี่ คือตอนนี้ผมกำลังเรียนอยู่อ่ะคับคณะ ศิลปกรรม แล้วช่วงนี้ผมกำลังทำทีสิต คือโปรเจ็คก่อนจบ เรื่องที่จะทำมันจะเกี่ยวกะโปสเตอร์อ่ะคับ ผมอยากจะมีเมล อรือต่อต่อพี่ เพื่อจะขอสอบถามเรื่องในคลิปอ่ะคับ ถ้าไงรบกวนพี่ติดต่อกลับมาที่ monk_mank@hotmail.com

ขอบคุณมากครับ
17 มิ.ย. 2552 เวลา 23:39 น.
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic