บางสิ่งที่ได้จาก ไล่ตงจิ้น
เมื่อไม่นานมานี้ เราเพิ่งจะได้มีโอกาสอ่านหนังสือเกี่ยวกับชีวิตจริงของลูกขอทานชื่อ "ไล่ตงจิ้น" หนังสือเล่มนี้อ่านไม่ยาก ไม่หนักสมองมาก บางช่วงตอนมีอารมณ์ขันปนแทรกในความเจ็บปวดของชีวิต ใช้คำและภาษาง่าย ๆ ไม่หวือหวา ซับซ้อน อาจเป็นเพราะเนื้อชีวิตของไล่ตงจิ้นนั้นเข้มข้น และน่าสนใจมากพอจนไม่จำเป็นต้องปั้นเสริมเติมแต่งด้วยถ้อยคำอันคมคายสวยงามอื่นใดอีก
ไล้ตงจิ้น คนที่อดทน ผลักดันตัวเองจนได้ดี ได้ดีที่ไม่ได้หมายถึงความร่ำรวยในทรัพย์สมบัติที่พอกพูนขึ้นมหาศาล แต่หมายถึงการได้มีตำแหน่ง มีที่ยืนในสังคม ให้คนทั้งประเทศ หรืออาจจะทั้งโลกรู้ว่า เขายังมีตัวตน มีชื่อเสียงเรียงนามอยู่ในสังคมโลกนี้ และใช้ตัวตน ใช้คุณค่าของตัวเองเป็นประโยชน์โภชน์ผลแก่สังคมรองข้างอย่างเต็มเปี่ยม
อย่างหนึ่งที่เราเรียนรู้จากไล่ตงจิ้นคือ ความอดทน ที่จะนอกจากจะอดทนต่อความหิวโหย ลำบากยากแค้น อดทนต่อความไร้ซึ่งโอกาสทางสังคม ยังต้องอดทนต่อการถูกรุกล้ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่ปุถุชนทั้งหลายพึงมีพึงเป็น
ตอนที่เขาได้มีโอกาสเข้าเรียนในโรงเรียน หลายครั้งหลายหนที่ต้องอดทนกับคำดูถูกเหยียดหยาม อดทนต่อการถูกรังแก เพียงเพราะเขาเป็นแค่ลูกขอทานที่พ่อพิการตาบอด แม่ปัญญาอ่อน สติสตังไม่ค่อยดี แม้หลายครั้งเขาคิดอยากจะสู้ อยากโต้ตอบ อยากปกป้องสิทธิของตัวเอง แต่ก็ทำไม่ได้
เพราะเขารู้ดีว่า หากเขาตอบโต้ ไม่ว่าจะด้วยกำลังหรือคำพูด ยิ่งกลับทำให้เขาเจ็บตัวและใจมากขึ้นเท่านั้น นั่นจะยิ่งกลับทำให้เขาถูกดูหมิ่นและหยามเกียรติมากขึ้น เพราะคนรอบตัวที่ชอบรังแก รังเกียจเขา ก็จะพูดว่านี่แหละพวกขอทานก็มีนิสัยอันธพาลแบบนี้แหละ ลูกขอทาน ยังไงก็เป็นลูกขอทานวันยันค่ำ
การสงบเสงี่ยมเจียมตัว สงบปากสงบคำ จึงเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่เหมาะสมสำหรับลูกขอทานอย่างเขา เพื่อแลกกับความอยู่รอดในสังคมได้ เพื่อโอกาสที่จะได้ศึกษาหาวิชาความรู้ในโรงเรียนจะไม่ดับสูญไป
อันนี้ ทำให้เราคิดได้ว่า การที่คนบางคนไม่โต้ตอบกับคนที่มารังแกเขา มาเอาเปรียบเขา มันไม่ได้หมายความว่าเขาไม่สู้ หรือเขาอ่อนแอ หรือบางคนเรียกคนพวกนี้ว่าเป็นพวก Under Dog แต่เขาจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการตอบโต้ เพราะสถานภาพทางสังคมของตัวเองเป็นข้อจำกัดสำคัญอย่างหนึ่ง
คนแบบเขา ต่อให้ตะโกนร้องเมื่อถูกคนรังแกอย่างสุดเสียงอย่างไร ก็มักไม่ใคร่จะมีใครได้ยิน หรืออยากได้ยิน หนำซ้ำยังถูกกระหน่ำซ้ำเติมมากขึ้นว่าไม่รู้จักเจียมกะลาหัว
เคยมีคนบอกว่า คนมีเงิน ทำอะไรก็ไม่น่าเกลียด ทำอะไรก็เสียงดัง ใคร ๆ ก็ได้ยิน และคอยเงี่ยหูฟัง หากคิดตามตรรกะนี้ จึง (อาจจะ) ไม่น่าผิด ถ้าหากว่าใคร ๆ ก็อยากเป็นคนที่อยู่ในสถานภาพ ในชนชั้นที่สูงกว่าคนอื่นในสังคม
สภาพการณ์แบบนี้จะคงอยู่ และเป็นไปมากขึ้นในยุคสมัยแห่งโลกทุนนิยมเสรีบ้าคลั่งทุกวันนี้ ที่มักมองคนกันแค่เปลือกนอก คนที่ได้เปรียบกว่า ก็มักจะคอยเอาเปรียบเหยียบย่ำคนที่ด้อยกว่าอยู่ร่ำไป วนเวียนเป็นวัฏจักรไม่รู้จบสิ้น
ความอดทนของคนทุกคนย่อมมีขีดจำกัด มากน้อยแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมที่เติบโตและประสบการณ์ที่หล่อหลอม ที่ขัดเกลา ยิ่งอดทนมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งแกร่งจากข้างในจิตใจมากขึ้นเท่านั้น ภาษิตจีนมีว่า "คนอดทนได้ถึงร้อยหน เป็นยอดคน"
แต่เราว่า หากฟ้ามีตา สวรรค์มีใจ สังคมหูตาสว่างไสวไปด้วยคุณธรรม เรา (ทุกคนในสังคม) ก็ควรให้ความยุติธรรม ให้ความเห็นใจกับคนที่ต้องอดทนกับการถูกเอาเปรียบอยู่ตลอดเวลาบ้าง อย่าให้เขาต้องอดทนเหมือนหมาจนตรอก ไม่มีทางออกอยู่ร่ำไป เพราะในสังคมเรา ในโลกของเรา มีคนดี ๆ จิตใจบริสุทธิ์ผุดผ่องดุจทองคำแท้อย่างไล่ตงจิ้นนับได้ไม่กี่คนนักหรอก
Lost In Space
8 ก.พ. 2550 เวลา 21:31 น.
เราคงหนีกระแสทุนไม่ได้แน่ คงทำได้ก็
เตือนตัวเองไม่ให้ลุ่มหลงไปกับสิ่งฉาบฉวย
นี้ ... ผมยังเชื่อว่า ทำดี ต้องได้ดี
เอ๋มักจะจำคำนี้เอาไว้เสมอ