เช็คยืด

ไม่ได้อัพไดอารี่ แบบไดอารี่จริง ๆ มานานแล้ว วันนี้ขอจริง ๆ จัง ๆ กับชีวิตส่วนตั๊ว ส่วนตัวซะที อิอิ

 

มีเรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับการงานที่ทำมาเล่าสู่กันฟัง

 

ช่วงที่ผ่านมาเจอลูกค้าจ่ายเช็คยืดเอามาก ๆ เรารู้สึกว่าค่อนข้างจะเอาถูกเปรียบพอสมควร

 

เป็นลูกค้าที่เวลาติดต่องานพูดจาปราศัยดีมาก เป็นหลักเป็นการ คุยง่าย เข้าใจง่าย จะเรียกว่าเขาเป็นนักธุรกิจก็ได้ เพราะจับธุรกิจหลายตัว เท่าที่รู้มักจะเดินทางไปติดต่อธุรกิจต่างประเทศบ่อย ๆ

 

สั่งทำงานพิมพ์กับเรา ก็โอเคนะ volume เยอะดี เสียตรงที่เร่งจี้เอางานแบบกระชั้นชิดมาก แต่เราก็เร่งงานให้จนส่งทันตามกำหนด

 

พอถึงเวลาจ่ายเงินนี่สิ แหม.... ก็เราหน่ะให้เครดิตตั้งเดือนหนึ่งแล้ว ลูกค้าก็ดันแบ่งจ่ายเช็คเป็น 2 ใบ ใบแรกจ่ายสิ้นเดือนนี้ ซึ่งก็เป็นเวลาที่เกินกำหนดจ่ายเงินมาแล้วครึ่งเดือน ส่วนอีกใบที่สองสั่งจ่ายสิ้นเดือนหน้า

 

นี่กลายเป็นว่าเราให้เครดิตลูกค้าเกือบ ๆ 3 เดือนแหนะ โดยที่ลูกค้าไม่เคยโทรมาบอกกับเราก่อน

 

เรามันปลาตัวเล็ก ๆ ธุรกิจเล็ก ๆ ไม่ได้มีเงินหมุนมากพอที่จะยืดเครดิตให้ยาวได้ขนาดนั้น อีกอย่าง supplier ของเรารายที่เราจ้างต่อ เรามักจะจ่ายเงินสดซะเป็นส่วนใหญ่ เพราะรายนี้เร่งงานด่วนได้เสมอ เราจึงค่อนข้างเกรงใจเขา

 

ถึงแม้ลูกค้ารายนี้จะมี volume เยอะก็จริง แต่เจอแบบนี้เราก็ยอมไม่ได้นะ ทำธุรกิจหน่ะยืดหยุ่น ผ่อนปรนกันเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ แต่เอาเปรียบกันแบบนี้ เราว่ามันไม่ถูกต้องนัก


เราก็เลยโทรไปคุยกับลูกค้าขอให้เลื่อนวันจ่ายเช็คใบที่สองให้เร็วขึ้นมาหน่อย โดยเราให้เหตุผลว่ามันเกินกำหนดเวลาเครดิตตามที่ตกลงกันไว้มากเกินไป ขอให้เขาออกเช็คมาใหม่มาให้เรา

 

เขาบอกว่าเขาไม่รู้ว่าครบกำหนดเมื่อไหร่ แต่เราจำได้ว่าเรื่องนี้ได้เคยคุยกันไว้แล้ว แล้วเราก็ออกใบแจ้งนี้ระบุวันที่ชัดเจน เขาบอกให้เราแฟกซ์ไปให้ใหม่ แล้วก็จะออกใบใหม่ให้

 

ตอนนี้เราก็แฟกซ์ไปตามนั้น แล้วก็ได้เช็คใบใหม่กลับคืนมาในวันเวลาที่เราต้องการแล้ว

 

เหตุการณ์ทำนองนี้ ถ้าเป็นตอนที่เราออกจากงานมาทำธุรกิจเล็ก (มั่ก ๆ ) ของตัวเองใหม่ เราคงจะเกรงใจ ไม่กล้าโทรตามโทรถาม โทรทวง แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนให้เราต้องหัดกล้าในสิ่งที่ถูกต้องบ้าง

 

เพราะถึงเราจะไม่ชอบเอาเปรียบใคร แต่สำหรับสังคมยุคนี้ ไม่วันใดวันหนึ่ง เราอาจก็ถูกคนเอาเปรียบอยู่ดี แล้วเราก็จะกลายเป็นคนไม่มีที่ยืนซะเอง เราต้องรู้จักรักษาผลประโยชน์ รักษาสิทธิของตัวเองบ้าง

 

ส่วนมากแล้ว ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรงจริง ๆ บางทีเราก็ยอม ๆ ให้เอาเปรียบนะ เพราะคิดว่าอย่างน้อยก็เป็นการตัดเรื่องรกสมองให้น้อยลง จะได้มีเวลาเอาไปคิดอย่างอื่นแทน

 

 เหตุการณ์นี้สอนให้เรารู้จักธรรมชาติของคนอย่างหนึ่งว่า นักธุรกิจ (บางคน) ยิ่งทำธุรกิจร่ำรวยมากขึ้น กลับยิ่งคิดเอาเปรียบคนอื่นมากขึ้น เราไม่ชอบคนแบบนี้เลยจริง ๆ ขอบ่นหน่อยเถอะ

 

คงจะยังมีเรื่องให้เรารู้จักธรรมชาติของคนอีกเยอะ หึ หึ

 

ปล. ตอนนี้หั่นผมสั้นแล้ว อยากอินเทรนด์ ไว้ผมบ็อบกับเขาบ้าง จากที่เคยไว้ผมยาวมา 6 -7 ปี หลายคนทักบอกว่าไว้ผมสั้นก็รับกับหน้าบาน ๆ บ้าน ๆ ของเราดี 5555 โดนหลอกว่าแล้วยังดีใจอีก :D

Lost In Space
25 ก.พ. 2550 เวลา 20:07 น.

ได้ยินแบบนี้มาหลายครั้งจากรุ่นพี่ค่ะ เจอปัญหาเดียวกันเด๊ะเลย แล้วเค้าก็เป็นคนดีๆ อ่ะ ทำงานดี คุยกับลูกค้าดี เลยโดนคนเอาเปรียบซะงั้น

ป.ล. โธ่.. ไม่ใช่ไม่อยาก tag ค่า แต่ว่ามันจำกัดที่ 5 พอดีงาย
000667
26 ก.พ. 2550 เวลา 11:24 น.
มันก็ฝึกเราไปในตัวแหละ
000092
26 ก.พ. 2550 เวลา 19:10 น.
กดปรินทืสกรีน แล้วเอาไปแปะใน paint แล้วเซพเป้น jpeg

หรือไม่ก็แปะใน power point แล้วเซฟป็น jpeg ก็ได้เหมือนกัน
000092
28 ก.พ. 2550 เวลา 08:42 น.
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic